N.P BANGKAEW สุนัขบางแก้ว,บางแก้ว
Visitor    4,085,181
Page view    4,868,463
 
 
  •  
    NP Bangkaew dogs are alert and watchful, protective of home and family. Agile and active, they are strong swimmers and voracious diggers. They are highly intelligent and their positive reinforcement methods work best with this breed.

    At NP Bangkaew, we do all possible to bring the inherent qualities of the pure-bred Thai Bangkaew Dog through selective breeding and encourage sportsmanlike competition at dog shows, agility trails, herding events, and obedience trials. We urge breeders to adhere to the standard of the breed as approved by Thai Bangkaew Dog shall be judged.
     

    มาตรฐานพันธุ์สุนัขไทยบางแก้ว

     

    มาตรฐานพันธุ์สุนัขไทยบางแก้ว

    ถิ่นกำเนิด : ประเทศไทย
    การประใช้ประโยชน์ : เลี้ยงเป็นเพื่อน
    การจัดกลุ่มของ KTCี : กลุ่ม 5 สปิทซ์ และพันธุ์พื้นเมือง
    ส่วน 5 เอเชี่ยนสปิทซ์ และเครือญาติ ยกเว้นการทดสอบใช้งาน

    ประวัติโดยย่อ...

    เป็นสุนัขไทยพันธุ์หนึ่งมีถิ่นกำเนิดอยู่ที่หมู่บ้านบางแก้ว ตำบลท่านางงาม อำเภอบางระกำ จังหวัด พิษณุโลก ประเทศไทย ที่มาของสายพันธุ์นั้นเกิดจากความ บังเอิญที่สุนัขเพศเมียสีขาวดำของท่านเจ้าอาวาสวัดบางแก้วได้ไปผสมพันธุ์กับสุนัขป่า และได้ให้กำเนิดลูกสุนัขครอกหนึ่งซึ่งถือเป็นต้นตระกูลของสุนัขพันธุ์บางแก้ว ในปัจจุบัน ปี พ.ศ. 2500 ได้มีการร่วมกันพัฒนาและกำหนดมาตรฐานแห่งสายพันธุ์ขึ้น เพื่อจะให้มีลักษณะประจำพันธุ์เป็นเอกลักษณ์ที่แน่นอน อันเป็นที่มาแห่ง สายพันธุ์บริสุทธิ์ในปัจจุบันสุนัขพันธุ์บางแก้วถือว่าเป็นมรดกอันล้ำค่าของจังหวัดพิษณุโลก ชาวบ้านนิยมเลี้ยงกันแทบจะทุกครัวเรือน ปัจจุบันมีผู้นิยมนำไปเลี้ยง กันอย่างแพร่หลายทั่วทุกภาคของประเทศ

    ลักษณะทั่วไป :

    เป็นสุนัขขนาดกลาง โครงสร้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีสัดส่วนที่กลมกลืน ประกอบด้วยกล้ามเนื้อที่สมบูรณ์ แข็งแรง มีการเลื่อนไหวที่คล่องแคล่ว

    สัดส่วนที่สำคัญ

    ความยาวของลำตัว : ความสูงที่ไหล่ = 1: 1
    ความลึกของหน้าอก : ความสูงที่ไหล่ = 1: 2

    พฤติกรรม/อารมณ์

    ตื่นตัว ร่าเริง รักเจ้าของ เชื่อมั่นในตัวเอง จิตประสาทมั่นคง ไม่ขลาดกลัว ซื่อสัตย์ หวงแหนทรัพย์สิน ฉลาดปราดเปรียว กล้าหาญ สามารถฝึกใช้งานได้

    หัว ส่วนหัว

    กะโหลก : ค่อนข้างใหญ่ ได้สัดส่วนกับลำตัว
    สต็อป : มีมุมหักเล็กน้อย

    ส่วนใบหน้า

    จมูก : สีดำ ขนาดได้สัดส่วนกับปาก
    สันจมูก : ตรงและยาวพอสมควร
    กรวยปาก : ยาวปานกลาง โคนปากใหญ่เรียวจรดปลายจมูก
    ริมฝีปาก : แนบสนิท มีสีเข้ม
    ปาก : มีสีขาวรอบกรวยปาก (เรียกว่า ปากคาบแก้ว) เป็นที่พึงประสงค์
    ขากรรไกร: ขบกันแนบสนิทแบบกรรไกร (Scissor Bite) โดยปลายฟันหน้าด้านล่างแตะโคนด้านในของฟันบน อนุโลม ให้ฟันๆ ขบ เสมอกันพอดี (Level Bite)
    ฟัน : เล็ก และแหลมคม สุนัขโตควรมีฟันครบ 42 ซี่
    ตา : เล็กคล้ายเมล็ดอัลมอนด์ (Almond) มีสีดำและสีน้ำตาล
    หู : เป็นรูปสามเหลี่ยม มีขนาดเล็กได้สัดส่วนกับหัว ตั้งป้องไปข้างหน้า มีขนอ่อนที่กกหูและหลังใบหู
    คอ : ใหญ่ ล่ำสัน รับกับหัว และช่วงไหล่มีแผงขนยาวรอบคอ

    ลำตัว

    หลัง : เส้นหลังตรง
    เอว : แข็งแรงและกว้าง
    บั้นท้าย : ใหญ่และแข็งแรง ส่วนหลังมีขนยาวลามมาจนถึงข้อขาหลังท่อนบน
    อก : กว้าง และลึกได้ระดับเดียวกับข้อศอก โครงกระดูกหน้าอกมีลักษณะเป็นรูปวงรี
    เส้นล่าง : ท้องเว้าไม่มาก
    หาง : โคนหางใหญ่ ขนหางเป็นพวง ปลายโค้งเข้าหาเส้นหลัง

    ขา ช่วงหน้า

    ไหล่ : ลาดเอียงพอประมาณและมีกล้ามเนื้อแข็งแรง
    ขาหน้า : ใหญ่กว่าขาหลัง เวลายืนเหยียดตรง และขนานกัน หลังขามีขนยาว ลักษณะคล้ายแข้งสิงห์
    ข้อขาหน้า : ข้อเท้าสั้นทำมุมเฉียงเล็กน้อย
    เท้า : อุ้งเท้ากลมคล้ายอุ้งเท้าแมว มีขนยาวคลุมนิ้วเท้า

    ช่วงหลัง

    ขาหลัง : เล็กกว่าขาหน้า เวลายืนทำมุมพอเหมาะ
    ข้อเท้า : ทำมุมพอเหมาะกับหัวเข่า
    ข้อขาหลัง : ตั้งได้ฉากกับพื้น มองทางด้านหลัง ขนานกัน
    เท้า : อุ้งเท้ากลมคล้ายอุ้งเท้าแมว มีขนยาวคลุมนิ้วเท้า
    การย่างก้าว : คล่องแคล่วและทรงพลัง มองด้านข้าง ขาหน้าและหลังสอดประสานอย่างกลมกลืนเส้นหลังตรงระนาบ หัวและหางชู ขึ้นอย่าสวยงาม มองทางด้านหน้า ขาหน้าและขาหลังไม่แสดงอาการปัดหรือแกว่ง

    ขนและสี

    ขน : ยาวปานกลาง มี 2 ชั้นๆในละเอียดนุ่ม ชั้นนอกเส้นใหญ่เหยียดตรง ยาวคลุมบริเวณแผ่นหลัง
    สี : ขาว – น้ำตาล, ขาว – ดำ, ขาว – เทา
    ขนาด : ความสูงที่เหมาะสม วัดที่ไหล่ : เพศผู้ 19-21 นิ้ว (46-56 ซม)
    : เพศเมีย 17-19 นิ้ว (41-51 ซม)
    อนุโลมให้ขาด-เกินได้ หนึ่งนิ้ว (2.5 เซนติเมตร)

    ข้อบกพร่อง

    - ตา หรือ จมูกมีสีอ่อน
    - หางไพล่
    - ไม่มีแผงขนรอบคอ
    - ไม่มีแข้งสิงห์
    - หูใหญ่
    - ปากใงหญ่
    - ตากลมโต
    - หลังโก่ง
    - หลังแอ่น
    - ขนาดใหญ่ – เล็ก เกินกว่ามาตรฐานกำหนด

    ความบกพร่องที่ต้องคัดออก

    - ขนสั้นเกรียน
    - หางกุด
    - หูไม่ตั้ง
    - ฟันบนยื่นล้ำฟันล่าง (Overshot), ฟันล่างยื่นล้ำฟันบน (Undershot)
    - ฟันขาดเกิน 3 ซี่
    - หางม้วนงอ
    - หางไม่เป็นพวง
    - ความผิดปกติทางจิตประสาท
    หมายเหตุ : สุนัขเพศผู้ควรมีลูกอัณฑะครบสองลูกอยู่ในถุงอัณฑะ

    คำอธิบายคำศัพย์

    Bow-hocked ส้นเท้ากางออกจากกันเป็นผลให้ปลายเท้าบิดเข้า
    Cow-hocked ส้นเท้าบิดเข้าหากันเป็นผลให้ปลายเท้าบิดออก
    Close behind ขาหลังบีบตัวเข้าหากันตั้งแต่โคนขาลงมาถือว่าเป็นข้อบกพร่องของการวิ่งชนิดหนึ่ง
    Crossing over การวิ่งที่ผิดปกติเนื่องจากข้อศอกบิด เป็นผลทำให้เท้าหน้าไขว้กัน ซึ่งเรียกเป็นอย่างอื่นว่า weaving, knitting
    Level bite ลักษณะการสบของฟันแบบ ปลายฟันหน้าบนแตะปลายฟันหน้าล่างพอดี
    Out at elbows ข้อศอกกางออกเป็นผลทำให้ปลายเท้าหันเข้าหากัน
    Overshot bite ลักษณะการสบของฟันแบบ ฟันหน้าบนยื่นล้ำฟันหน้าล่าง
    Paddling การวิ่งทีผิดปกติ\เนื่องจากการแกว่งตัวของข้อศอกเป็นผลทำให้ปลายเท้าเหวี่ยงออก ด้านนอกซึ่งเรียกเป็นอย่างอื่นว่า tied at elbows
    Scissors bite ลักษณะการสบของฟันแบบ ปลายฟันหน้าด้านล่างสัมผัสด้านในของฟันหน้าด้านบน
    Side-winding อาการวิ่งที่ผิดปกติเนื่องเท้าหลังสอดเกยเท้าหน้าขณะเร่งความเร็วเพิ่มขึน และเพื่อเป็นการ หลีกเลี่ยงการปะทะกันดังกล่าว จึงเป็นผลให้การ เคลื่อนที่เป็นลักษณะเฉียง อาการเช่นนี้เป็นผลมา จากการที่จังหวะเท้าสัมผัสพื้นระหว่างเท้าหน้ากับเท้าหลังไม่สัมพันธ์กันและอาจมาจากสาเหตุที่สุนัข มีขาหลังที่ยาวเกินไป
    Single track รอยเท้าเดี่ยว คือ ลักษณะการย่างก้าวที่ปลายเท้าทั้งสองข้างชิดเข้าหากันและสัมผัสพื้นเป็นแนวเส้นตรงข้างใต้ลำตัวเมื่อความเร็วเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดรอยเท้า เป็นเส้นตรงเส้นเดียว
    Straight normal การเตะขาที่ถูกต้อง เท้าไม่บิดไปข้างใดข้างหนึ่ง
    Stop มุมระหว่างหน้าผากกับสันจมูก
    Undershot bite ลักษณะการสบของฟันแบบ ฟันหน้าล่างยื่นล้ำฟันหน้าบน

     

    ลักษณะของสุนัขบางแก้ว
          สุนัขบางแก้วเป็นสุนัขขนาดกลาง มีสีขาวเป็นพื้นที่ตัวสุนัข และมีสีอื่นเป็นกลุ่มก้อน(มาร์คกิ้ง)สุนัขบางแก้วนั้นตามมาตรฐานพันธุ์มีอยู่สามสี คือ ขาว-ดำ ขาวเทา ขาว-น้ำตาล แต่ตามความเป็นจริงนั้นมีอยู่หลายสี อาจเรียกเป็นสีแฟนซีเลยก็ได้ แต่ผู้ที่เลี้ยงสุนัขพยายามที่จะเรียกสีให้เข้ากับสีที่เด่นชัดที่สุดในตัวสุนัข สุนัขที่มีสีสวยนั้นก็ต้องดูถึงความชัดเจนของสี เน้นที่สีขาวเป็นพื้นนั้นต้องขาวสะอาด และสีที่เป็นลายต้องชัดเจน เช่น น้ำตาลก็ต้องเป็นน้ำตาลทองที่ชัดเจน เป็นดำก็ต้องดำ เทาก็ต้องเทาเข้ม เมื่อสุนัขมีขนสีขาวสะอาด แล้วเอาสีอื่นๆวางบนสีขาว ก็จะเป็นสุนัขที่มีสีที่สวยงาม และต้องคำนึงถึงความสมดุลย์ของลายบนตัวด้วย

     เอกลักษณ์ของสุนัขบางแก้ว

    สุนัขบางแก้วเรานั้น เป็นสุนัขที่มีเอกลักษณ์พิเศษ และถือว่าเป็นเอกลักษณ์ประจำพันธุ์ ซึ่งจำเป็นต้องมีเอกลักษณ์เหล่านี้ จึงจะถือว่าเป็นสุนัขบางแก้วที่สวยสมบูรณ์และครบตามลักษณะของสุนัขบางแก้ว
         1. ต้องมีแผงหน้า
         2. ต้องมีขนหลังหู
         3. ต้องมีขนหน้าอก(เครา)
         4. ต้องมีแข้งสิงห์(เป็นขนที่อยู่หลังขาหน้า
         5. ต้องมีขนท้อง
         6. ต้องมีแผงหลัง(ผ้าคลุมไหล่)
         7. ต้องมีกระโปรงท้าย
         8. หางเป็นพวง
         9. ลักษณะขน ต้องเป็นขนสองชั้น คือ มีชั้นซับในเป็นลักษณะขนสั้นๆ อ่อนนุ่ม และมีขนยาวปกคลุมอีกชั้นหนึ่ง
         10. ลักษณะของตา จ้องเป็นสามเหลี่ยม คล้ายเม็ดอัลมอนต์
         11. ลักษณะหูเป็นสามเหลี่ยมตั้ง ป้องไปข้างหน้า อยู่ในตำแหน่งที่สวยงาม เมื่อเราทราบลักษณะเบื้องต้นของสุนัขบางแก้วแล้ว ก็ยังมีลักษณะพิเศษที่จะช่วยให้บางแก้วดูสวยเพิ่มขึ้นอีก ก็คือ
               - ลักษณะรอยแบ่งที่หน้า เป็นลักษณะที่เป็นเส้นสีขาวแบ่งที่หน้าของสุนัข
                - รอบๆปากเป็นสีขาวหรือเรียกว่า ปากคาบแก้ว อันนี้ก็จะเป็นสิ่งที่จะช่วยเสริมเสน่ห์ให้กับสุนัขบางแก้วให้ดูสวยงามยิ่งขึ้น แต่เรื่องของรอยแบ่งที่หน้าและปากคาบแก้วนั้น เป็นเรื่องของลักษณะที่ช่วยให้บางแก้วเราสวยงามมากขึ้นเท่านั้นไม่ได้เป็นข้อกำหนดในเรื่องของ เอกลักษณ์ประจำพันธุ์ แต่เรื่องที่ต้องขอเน้นสำหรับสุนัขบางแก้วก็คือเรื่อง เอกลักษณ์ ที่ควรจะมีทั้ง 11 ประการ อย่าได้หลงลืมเพราะนี่คือสิ่งที่จะบ่งชี้ว่า สุนัขพันธุ์นี้คือ สุนัขบางแก้ว

     

     
    Copyright @ 2011 N.P BANGKAEW.COM All Rights Reserved.
    Design By pejstudio.com